โกเอ็นก้า

มีท่านผู้อ่านของให้วิพากษ์วิจารณ์ “โกเอ็นกา” ให้หน่อย ก็เลยขอวิพากษ์วิจารณ์สั้นๆ ไว้ตรงนี้ก่อน ส่วนรายละเอียด ผมจะเขียนไว้ 1 บล็อก

ท่านโกเอ็นกาเป็นสาวกพระพม่า เช่นเดียวกับสายยุบหนอพองหนอ และสายนามรูปในประเทศไทย

เว็บของโกเอ็นกาให้ความหมายของวิปัสสนาไว้ดังนี้

วิปัสสนา หมายถึง การมองดูสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง เป็นวิธีการปฏิบัติกรรมฐานที่เก่าแก่ที่สุดวิธีหนึ่งของอินเดีย ซึ่งได้สาบสูญไปจากมนุษยชาติเป็นเวลานาน 

แต่ได้รับการค้นพบอีกครั้งโดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว หลักสูตรการอบรมวิปัสสนาใช้เวลาทั้งสิ้น 10 วัน

ข้อความข้างบนนั้น “เป็นความจริงนิดเดียว ที่เหลือโกหก”

ข้อความนี้

“วิปัสสนา หมายถึง การมองดูสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง”

การมองดูก็คือ “เห็น” แต่พวกนี้ “ไม่เห็น” แต่ใช้วิธี “เข้าใจ” แทน

มันก็ผิดแล้ว เพราะ ถ้าจะใช้ “การเข้าใจ” (understanding) ก็อย่าไปใช้คำว่า “เห็น”  เมื่อท่านโกเอ็นกาใช้คำว่า “มองดู” ท่านก็ต้อง “เห็น”

ข้อความนี้

“แต่ได้รับการค้นพบอีกครั้งโดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”

การเขียนแค่นี้ ชี้นำไปในทำนองที่ว่า “วิปัสสนาแบบโกเอ็นก้าสำคัญที่สุด” 

ในความเป็นจริงพระพุทธเจ้าค้นพบ “อริยสัจ 4” ที่สำคัญกว่าวิปัสสนา และยังมีหัวข้อธรรมะอื่นๆ อีกมากมาย

มีคนเข้าฝึกปฏิบัติธรรมแบบของท่านโกเอ็นกา แล้วมาเขียนไว้ในห้องศาสนา ของพันธุ์ทิพย์ ดังนี้

หลักการปฏิบัติ จะยึด 3 ข้อตามที่ท่านพระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา

วันที่  1- วันที่  3 ฝึกอานาปานสติ คือการมีสติรู้ลมหายใจเข้าออก โดยไม่ท่องพุทโธ ยุบหนอ พองหนอ หรือคำบริกรรมใดๆ ทั้งสิ้น

ตรงนี้ ยึดหลักตามพระพม่าแท้ๆ สายยุบหนอพองหนอนั้น มหาโชดกดัดแปลงไปบ้างแล้ว

ผู้ที่กำลังจะไปฝึกสามารถฝึกตรงส่วนนี้ก่อนได้นะคะ

รู้ลมหายใจ เข้าออก รู้ว่ามันกำลังเข้า หรือกำลังออก รู้สัมผัสของเราที่กระทบส่วนต่างๆ ของจมูก  ขั้นตอนนี้จะทำให้เรามีสมาธิและมีสติที่แหลมคมมากขึ้นค่ะ

ตรงนี้ ทำให้เรามีสมาธิอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งมากขึ้น แต่ “สติจะแหลมคมมากขึ้นหรือไม่นั้น” ยังเป็นที่น่าสงสัย

เพราะ การมีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา จะไปมีเวลาขบคิดเนื้อหาธรรมะอื่นๆ ได้อย่างไร

วันที่ 4 เป็นต้นไป เริ่มฝึกวิปัสสนา ตามรู้เวทนา (ความรู้สึก) ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

ตรงนี้ก็เป็นที่น่าสงสัยอีก เพราะ สติปัฏฐานที่แท้จริงนั้น ต้องตามเห็นเวทนาในเวทนา ทั้งภายใน ภายนอก และทั้งภายในและภายนอก

คือ ต้องเห็นเวทนาของตัวเอง และของคนอื่นด้วย  สายท่านโกเอ็นกานั้น  มันก็แค่ “ทน” ความเจ็บปวดให้ได้เท่านั้น

ไม่ใช่เห็นเวททนาในเวทนาอย่างสติปัฏฐาน 4

จากวันนี้ไปจะมีชั่วโมงที่เรียกว่า "ชั่วโมงอธิษฐาน" วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง โดยเราจะต้องพยายามตั้งจิตให้มั่นและอธิษฐานว่า จะไม่มีการเปลี่ยนอิริยาบถเลย

ขั้นตอนนี้**ไม่ใช่การมาทรมาน**ตัวเองนะคะ เพียงแต่เป็นการฝึกการวางอุเบกขา และเป็นการสร้างอธิษฐานบารมี

หากร่างกายไม่สามารถทนได้ เราสามารถเปลี่ยนท่าทางได้ค่ะ แต่พยายามเปลี่ยนให้น้อยที่สุด และให้น้อยลงเรื่อยๆ

การอธิษฐานว่า จะไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ไม่ใช่การอธิษฐานบารมี

วันที่ 10 อาจารย์จะสอนแผ่เมตตาค่ะ

วันนี้หลัง 10 โมง การรักษาความเงียบเป็นอันสิ้นสุด กีกี้คิดว่าเหมือนกับการ Cool Down หลังจากที่เราไม่ได้พูดคุยเลยเป็นเวลา 9 วัน ก่อนที่เราจะออกไปเจอโลกข้างนอก

แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถสัมผัสตัวกันได้นะคะ

การที่ไม่พูดกับใครเลย 9 วันนั้น ผมไม่เห็นว่า มันจะเป็นการกำจัดกิเลสตัวไหน

โดยสรุป

การปฏิบัติธรรมของท่านโกเอ็นกาก็คล้ายกับการปฏิบัติธรรมของสายยุบหนอพองหนอและสายนามรูป เพราะ เป็นสาวกของพระพม่าด้วยกัน

พระพม่าคิดการปฏิบัติธรรมขึ้นมาได้แบบหนึ่ง  ก็จับยัดเข้าไปว่าเป็นสติปัฏฐาน 4 แล้วก็คุยโม้โอ้อวดว่า เป็นวิปัสสนากรรมฐาน

สามารถทำให้คนบรรลุพระอรหันต์ได้ภายใน 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ซึ่งผมยังไม่เห็นมีใคร “ใกล้เคียง” การเป็นพระอรหันต์แม้แต่คนเดียว

ขอยกตัวอย่าง ดร. สนอง วรอุไร ซึ่งเป็นศิษย์ที่โด่งดังของสายยุบหนอพองหนอเป็นอย่างมาก กลับไม่รู้ว่า “สารเลวสมีเณรคำ” เป็นคนเลว แต่ไปยกย่องว่าเป็นพระอรหันต์

ก็คิดเอาเองก็แล้วกันว่า สาวกพระพม่าทั้งหมด มีความรู้ในการปฏิบัติธรรมอยู่ระดับใด







17 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ20 กรกฎาคม 2557 16:03

    ก็คิดของท่านไปเถอะค่ะ คุณมนัส ดร. ทางปัญญา อันเป็นเพียงปัญญาทางโลกเรื่องเดียว ที่ระดับดร.อย่างท่านได้ศึกษา ท่านอาจารย์เอสเอ็โกเอ็นก้า บอกไว้แล้วว่า อย่าเชื่อใคร???จงเดินทางพิสูจน์ 7ปี 7 เดือน7วันให้ด้วยตนเอง เชื่อตัวเอง พิสูจน์ ด้วยตัวเอง คิดลบได้แรงสั่นสะเทือนอันเป็นลบ คิดบวกได้แรงสั่นสะเทือนอันเป็นบวก ดร.สนอง วรอุไร หรือใครก้แล้วแต่ อย่าหวือหวาตามตามดูจิตตนเองเท่านั้น พระพุทธองค์สอนไว้ว่า ไม่มองออกไปนอกตัว มองที่กว้างศอก ยาววา หนาคืบ หรืออาจารย์เอสเอ็นโกเอ็นก้าสอนเป็นเบื้องต้น เอาจิตมาวางไว้เล็กแคบบริเวณ สามเหลี่ยมเหนือริมฝีปากบน ดูลมหายใจๆๆ เข้าออกๆๆ>>>จาก ศิษย์เก่า ท่านอาจารย์เอส เอ็น โก เอ็นก้า .......ธัญภา สุวรรณลิขิต

    ตอบลบ
  2. สำหรับคุณก็คิดแบบโง่ๆ ของคุณต่อไปก็แล้วกัน

    ไม่รู้เป็นศิษย์เก่าโกเอ็นก้ามาแล้วกี่ปี่ ถ้าเกิน 7 ปี 7 เดิอน 7 วัน ก็น่าจะไปนิพพานของโกเอ็นก้าได้แล้ว

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ22 กรกฎาคม 2557 02:39

    นายมนัส คิดแบบดับเบิ้ลโง่ของคุณไปเถอะ คุณรู้เรื่องช้างแต่ไม่รู้เรื่องมดว่ะ
    โม้ไปเถอะ เธอมันคนก้าวร้าวรุนแรง รู้ได้ไงว่าชั้นน่าจะไปนิพพาน ดูแต่คนอื่นเป็นแต่ดูไม่ถูก
    ดูตัวเองไม่เป็นหวะเธอนี่ บ้าย บาย

    ตอบลบ
  4. จะรีบไปหาหญ้ากิน หรือจะรีบไปไถนา

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51

    โรครักษาไม่หายกำลังเข้าแถวเรียงคิวหาเธอสารเคมีในสมองชนิดก้าวร้าวรุนแรงหยดติ๋งๆ
    ทานยารักษาโรคร้ายอยู่แน่ๆ เป็นดร.ตอนแก่วิจัยแค่มดตัวเล็กๆ ก็แบบนี้แล้ อวดรู้ไปหมด
    ด่าคนนั้นคนนี้ ครูประสาอะไรวะ

    ตอบลบ
  6. อ้าว อย่างนี้ต้องแช่ง

    การแช่งไปในอดีต

    ครั้งที่ ๑
    ด้วย “บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด” ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

    ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้ ไอ้หรืออี "ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51" จงเกิดความวิบัติฉิบหายวายป่วงภายใน 3 วัน 7 วัน และให้ มีความวิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด

    ครั้งที่ ๒
    ด้วย “บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด” ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

    ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้ ไอ้หรืออี "ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51" จงเกิดความวิบัติฉิบหายวายป่วงภายใน 3 วัน 7 วัน และให้ มีความวิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด

    ครั้งที่ 3
    ด้วย “บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด” ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

    ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้ ไอ้หรืออี "ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51" จงเกิดความวิบัติฉิบหายวายป่วงภายใน 3 วัน 7 วัน และให้ มีความวิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด

    การแช่งในปัจจุบัน

    ครั้งที่ ๑
    ด้วย “บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด” ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

    ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้ ไอ้หรืออี "ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51" จงเกิดความวิบัติฉิบหายวายป่วงภายใน 3 วัน 7 วัน และให้ มีความวิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด

    ครั้งที่ ๒
    ด้วย “บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด” ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

    ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้ ไอ้หรืออี "ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51" จงเกิดความวิบัติฉิบหายวายป่วงภายใน 3 วัน 7 วัน และให้ มีความวิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด

    ครั้งที่ 3
    ด้วย “บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด” ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

    ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้ ไอ้หรืออี "ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51" จงเกิดความวิบัติฉิบหายวายป่วงภายใน 3 วัน 7 วัน และให้ มีความวิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด

    การแช่งไปในอนาคต

    ครั้งที่ ๑
    ด้วย “บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด” ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

    ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้ ไอ้หรืออี "ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51" จงเกิดความวิบัติฉิบหายวายป่วงภายใน 3 วัน 7 วัน และให้ มีความวิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด

    ครั้งที่ ๒
    ด้วย “บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด” ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

    ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้ ไอ้หรืออี "ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51" จงเกิดความวิบัติฉิบหายวายป่วงภายใน 3 วัน 7 วัน และให้ มีความวิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด

    ครั้งที่ 3
    ด้วย “บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด” ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมา ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ และอนาคตชาติ

    ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้ ไอ้หรืออี "ไม่ระบุชื่อ24 กรกฎาคม 2557 09:51" จงเกิดความวิบัติฉิบหายวายป่วงภายใน 3 วัน 7 วัน และให้ มีความวิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ16 สิงหาคม 2557 04:48

    ทุถคำแช่งออกจาก คิด เขียนของตัวเอง ด้วยตัวเอง รับไปเต็มๆ กี่ครั้งๆๆๆ รับไปเต็มๆๆๆๆๆ
    ใครๆไม่รับรู้ด้วย นะโยม

    ตอบลบ
  8. ควายอย่างคุณ ก็ทำได้แค่นั้น สมองหมา ปัญญาควายจริงๆ

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ16 พฤศจิกายน 2557 01:10

    ขันธ์ห้าเป็นของหนักเน้อ

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ29 มกราคม 2558 17:12

    ท่านศาสดา อัจฉริยะ นักคิด ไม่ได้จบดอ็กเตอร์ แต่ท่านสอนให้คนปฏิบัติ นั่งลง ปิดตา ปิดปาก

    ตอบลบ
  11. โกเอ็นก้าสอนผิด........... อย่างที่ผมเขียนไปข้างบน ถ้าคุณว่าโกเอ็นก้าสอนถูก คุณก็ควรไปหาหลักฐานมาโต้แย้ง ไม่ใช่มาเพ้อเจ้ออย่างนี้ มันไม่มีประโยชน์

    ตอบลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ14 กุมภาพันธ์ 2558 10:10

    การเดินทางไปจุดหมายที่ใดที่หนึ่ง สามารถไปได้หลายทาง หลายวิธี จะช้าหรือเร็วก็ต่างกันแต่ไม่ได้หมายความว่า จะไม่สามารถไปถึงได้ การที่บอกว่าคนนี้สอนผิด คนนั้นสอนถูก หากคุณไม่ใช่พระอริยะแล้ว ผมว่าไม่ควรแอบอ้าง

    ผมคนหนึ่งไม่ใช่ลูกศิษย์โกเอ็นก้า ไม่เคยไปปฏิบัติ แต่อ่านข้อความคุณแล้ว ผมว่าคุณมีอคติ มีทิฐิอยู่ อาจจะเนื่องจากการปฏิบัติของโกเอ็นก้าไม่ตรงจริตของคุณ

    ตัวอย่างเช่น การไม่คุย 9 วัน คุณว่าผมไม่เห็นว่าไม่เห็นกำจัดกิเลศตัวไหน หากคุณเป็นผู้ปฏิบัติโดยแท้แล้ว คุณต้องเข้าใจว่า จิตมีการปรุงแต่งตลอดเวลา และเร็วมากด้วย เร็วขนาดว่าจิตคุณปรุงแต่งเสร็จแล้ว คุณยังไม่รู้เท่าทันจิตเลยว่ามันปรุงแต่งเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหากมีการพูดคุยเกิดขึ้น แม้แต่เพียงเล็กน้อย จิตก็จะปรุงแต่งทันที การที่ไม่คุยเลย 9 วันสำหรับผมเห็นว่ามันเป็นการลดช่องทาง ช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้จิตไม่ปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งน้อยลง

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มันกำจัดกิเลศตัวไหนล่ะ โง่ไปที่อื่น อย่ามายุ่งแถวนี้

      ลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ14 กุมภาพันธ์ 2558 10:40

    ผมพึ่งเคยเข้ามาเวปบล็อคของคุณครั้งแรก ซึ่งมาจากการ search ทางอินเตอร์เนทหาข้อความเกี่ยวกับธรรมะ หลังจากที่ได้อ่านข้อความและความเห็นต่างๆของคุณ ทำให้ผมรู้สึกเสียดาย เสียดายที่ว่าคุณเป็นคนที่คลั่งไคล้ศาสนามาก แต่กลับมีความหลงอยู่มากไม่แพ้กัน ไม่น่าเชื่อว่าคนที่คลั่งไคล้และใกล้ชิดศาสนามากขนาดนี้ กลับมีความหลงได้มากมายนัก

    ถ้าคุณไม่เชื่อ ......

    ตอนนี้คุณลองสำรวจจิตของคุณดูว่า มันสั่นขนาดไหนหลังจากที่คุณได้อ่านข้อความผม
    ถ้ามันสั่นมาก........ คุณอาจจะเดินมาผิดทางแล้ว ...... เพราะถ้าคุณได้ใกล้ชิดศาสนาและฝึกจิตอย่างสม่ำเสมอ คุณจะรับรู้ได้ว่า จิตคุณอาจจะมีการสั่นอยู่บ้าง แต่คุณจะไม่จับเอาการสั่นนั้น
    ขึ้นมา แต่คุณจะเพียงแค่รับรู้การสั่นนั้นเท่านั้น

    แต่หากจิตคุณไม่มีการสั่นใดๆ ผมก็ขออนุโมทนาด้วย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ต้องมาเสียดายเรื่องของกู เสียดายเรื่องของมึงดีกว่า

      ลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ18 มีนาคม 2558 20:24

    Manas Komoltha ไม่รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวหรอกนะ แต่บอกตรง เห็นข้อความที่คุณ Ment ไม่น่าเชือนะ.... คนแบบคุณมีอยู่จริง จะปฏิบัติธรรมสายไหนก็ขัดเกลาจิตใจให้สะอาดและสงบได้เหมือนกัน แต่คนแบบคุณ..... บอกไม่ถูกเลยคะ... คุณปฏิบัติธรรมสายไหนคะ่.... จะได้ไม่เข้าใกล้เลย...สยองคะ่

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มันสยองธรรมดา หรือเสียว......สยอง

      ลบ