บารมีต่างกับบุญอย่างไร


ผมไปอ่านพบกระทู้เก่ามากกระทู้หนึ่ง ในห้องศาสนา พันธุ์ทิพย์ คนถามไว้เมื่อปี 2551  กระทู้นั้นชื่อ “บารมีคืออะไร ครับทำไมเราต้องสร้าง ต่างจากบุญอย่างไร

เนื้อหาของกระทู้ก็เป็นดังนี้

ผู้รู้บางท่านบอกว่า  บารมีแปลว่ากำลังใจ จริงไหมครับ ถ้าเรามีบารมีมากๆ แปลว่า เรามีกำลังใจเยอะๆ และที่โบราณ บอกว่าเราต้องสั่งสมบารมีและบุญแสดงว่าบารมีไม่เหมือนบุญ

แต่นักเลงเจ้าพ่อบางคนใช้คำว่าบารมีผิด ใครได้ยินกันไหมครับ ผู้มีบารมี อะไรแบบนี้

เท่าที่อ่านมาปรากฏว่า ไม่มีใครตอบคำถามดังกล่าวอย่างถูกต้องเลยแม้แต่คนเดียว  ซึ่งก็สนับสนุนสมมุติฐานของผมที่ว่า “คนในห้องศาสนา พันธุ์ทิพย์มีแต่พวกสมองหมา ปัญญาควายทั้งสิ้น

มีคนที่เข้าไปร่วมความคิดเห็นคนหนึ่ง เอาความหมายมาจากพจนานุกรมและหนังสือพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ดังนี้

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒

บารมี น. (1) คุณความดีที่ควรบําเพ็ญมี ๑๐ อย่าง คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ (การออกจากกาม คือ บวช) ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิฏฐาน เมตตา อุเบกขา เรียกว่า ทศบารมี; (2) คุณความดีที่ได้บําเพ็ญมา, (3) คุณสมบัติที่ทําให้ยิ่งใหญ่, เช่นว่า - ชมพระบารมี - พระบารมีปกเกล้าฯ - พ่ายแพ้แก่บารมี.

บุญ, น. (1) การกระทําดีตามหลักคําสอนในศาสนา; (2) ความดี, คุณงามความดี. ว. (3) ดี เช่น คนใจบุญ, (4) มีคุณงามความดี เช่น คนมีบุญ.  

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์

[325] บารมี 10 หรือ ทศบารมี (ปฏิปทาอันยวดยิ่ง, คุณธรรมที่ประพฤติปฏิบัติอย่างยิ่งยวด คือ ความดีที่บำเพ็ญอย่างพิเศษ เพื่อบรรลุซึ่งจุดหมายอันสูง เช่น ความเป็นพระพุทธเจ้า และความเป็นมหาสาวก เป็นต้น

1. ทาน 2. ศีล 3. เนกขัมมะ 4. ปัญญา 5. วิริยะ 6. ขันติ 7. สัจจะ 8. อธิษฐาน 9. เมตตา 10. อุเบกขา

บารมีนั้น ท่านกล่าวว่าจะบำเพ็ญให้บริบูรณ์ ต้องครบ 3 ขั้น คือ  1. บารมี 2. อุปบารมี 3. ปรมัตถบารมี

บำเพ็ญทั้ง 10 บารมี ครบ 3 ขั้นนี้ เรียกว่า สมตึสปารมี หรือ สมดึงสบารมี แปลว่า บารมี 30 ถ้วน.

[88] บุญกิริยาวัตถุ 3  1. ทานมัย 2. สีลมัย 3. ภาวนามัย

คนที่นำความหมายเหล่านี้มาลงในกระทู้ ก็ลงไปแบบดื้อๆ แบบสมองหมา ปัญญาควายอย่างนั้นไม่ได้อธิบายว่า บารมีกับบุญ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

เอาเรื่องบารมี 30 ทัศก่อน...

คนเราทุกคนที่เกิดมานั้น จะต้องได้ไปอายตนะนิพพานกันทุกคน แต่จะไปแบบไหนคือ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์สาวก ก็แล้วแต่ว่า แต่ละท่านจะอธิษฐานกันไว้อย่างไร

ที่เรายังไปอายตนะนิพพานกันไม่ได้ก็เพราะ กิเลส สังโยชน์ยังอยู่กับตัวเรา  การที่จะกำจัดกิเลส สังโยชน์ได้นั้น เราจะต้องมีบารมีครบ 30 ทัศเสียก่อน

ดังนั้น การเกิดมาในแต่ละชาติ จุดมุ่งหมายก็คือ เกิดมาเพื่อสร้างสมบารมีให้ครบ 30 ทัศ

อย่างไรก็ดี การเกิดมานั้น ถ้าในบางชาติลืมวัตถุประสงค์หลัก แต่ไปสร้างกรรมชั่วเข้า  ผลของกรรมชั่วก็จะส่งผลให้ทำกรรมชั่วไปเรื่อย กว่าจะนึกได้ และกลับมาเข้าสู่หนทางสร้างบารมีต่อ ก็ต้องเสียเวลาไปกับการชดใช้กรรมชั่วนานแสนนาน

ที่นี้มาถึงเรื่องบุญ

บุญกิริยาวัตถุ 3  1. ทานมัย 2. สีลมัย 3. ภาวนามัย

บุญก็คือ การปฏิบัติ 3 อย่างข้างต้น 

แล้วบุญกับบารมีมีความสัมพันธ์กันอย่างไร  ขอเปรียบเทียบกัน ดังนี้

1. ทานมัย 2. สีลมัย 3. ภาวนามัย

1. ทาน 2. ศีล 3. เนกขัมมะ 4. ปัญญา 5. วิริยะ 6. ขันติ 7. สัจจะ 8. อธิษฐาน 9. เมตตา 10. อุเบกขา

จะเห็นว่า บุญก็คือบารมีนั่นเอง ตรงกัน 3 ข้อแรก  แล้วข้อหลังๆ มันคืออะไร ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ดังนี้

ในการสร้างบุญบารมีนั้น บางทีมันมีอุปสรรค  แต่เราก็ไม่ย่อท้อ  เราก็จะได้ “วิริยะ” ไปด้วย  ถ้าอุปสรรคดังกล่าวเกิดจากคนมาขัดขวาง แล้วเราอดทนไม่ถือโกรธ เราก็จะได้ “ขันติ” ไปด้วย

แล้วบุญกับบารมีแตกต่างกันอย่างไร

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า “บุญก็คือบารมี”  เมื่อพุทธศาสนิกชนสร้างบุญ พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันก็จะให้บุญซึ่งเป็นดวงกับบุคคลผู้นั้น

เมื่อสร้างบุญ สมมุติว่าเป็นการทำทาน คือ ตักบาตร บริจาคทรัพย์สิน ฯลฯ จนกระทั่งดวงบุญมีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 1 คืบ  บุญนั้นก็จะกลั่นตัวเป็นทานบารมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 องคุลี

เมื่อดวงทานบารมีใหญ่ขึ้น มีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 1 คืบ  ดวงทานบารมีนั้นก็จะกลั่นตัวเป็นทานอุปบารมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 องคุลี

เมื่อดวงทานอุปบารมีใหญ่ขึ้น มีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 1 คืบ  ดวงทานอุปบารมีนั้นก็จะกลั่นตัวเป็นทานปรมัตถบารมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 องคุลี

เมื่อดวงบารมีทั้งหมด 10 บารมี ต่างก็ขยายตัวเป็นปรมัตถบารมีกันหมดแล้ว  ชาติต่อไปก็จะบรรลุพระอรหันต์แบบใดแบบหนึ่ง

เรื่อง บุญ-บารมีที่ใครๆ ก็อยากได้นี้ ไม่มีพระปริยัติหรือพระปฏิบัติธรรมรูปใด สายใดเข้าใจและอธิบายได้อย่างหลวงพ่อวัดปากน้ำ  ดังนั้น ก็ไม่มีทางที่บุคคลที่ปฏิบัติธรรมสายอื่นๆ ใดจะบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้

ก็ไม่รู้จักบุญ-บารมี 30 ทัศ แล้วจะไปกำจัดกิเลส สังโยชน์ให้หมดสิ้นเป็นสมุจเฉทประหารได้อย่างไร






นับถือ 2 ศาสนาพร้อมกันได้หรือไม่





ผมไปพบกระทู้ของ “นางวันทองสองใจ” ในเว็บศาสนา และเห็นว่า ควรนำมาวิพากษ์วิจารณ์กัน กระทู้นั้นชื่อ “เราสามารถนับถือ ศาสนาพุทธ และคริสต์ ในคราวเดียวกันได้ไหม?” เนื้อหาของกระทู้ก็สั้นๆ ดังนี้

เพื่อศึกษาคำสอน และวิธีปฏิบัติ  นำสิ่งดีๆ ที่ศาสนาสอนมาใช้ในชีวิตประจำวัน

คนตั้งกระทู้เขาไม่ได้ชื่อ “นางวันทองสองใจ” หรอก ผมตั้งให้เอง 

อย่างไรก็ดี เมื่อค้นข้อมูลเพื่อจะเขียนบทความนี้ ผมพบว่า แนวคิดการนับถือ 2 ศาสนาพร้อมกันมีมากพอสมควรเลยทีเดียว และมีคนที่ยอมนับว่า เขานับถือ 2 ศาสนาด้วย  ตัวอย่างของกระทู้ที่ว่าก็เช่น

มีใครที่นับถือทั้งพุทธและคริสต์บ้างครับ http://pantip.com/topic/31288557  
ผิดไหมถ้าจะนับถือสองศาสนา http://pantip.com/topic/30817935

ตัวอย่างความคิดเห็นของพวกนับถือ 2 ศาสนา

แม้บัตรประชน สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นพุทธ  

แต่ใจเราเป็นคริสต์ค่ะ แล้วก็เป็นคริสต์จริงๆ ทั้งหัวใจแหละความคิดที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

มีนะหลายคนนะที่นับถือทั้งพุทธละคริสต์ เพราะคิดว่า ศาสนาไหนก็สอนให้เป็นพุทธก็ดี คริสต์ก็ดี

บางคนบอก รักพระเจ้า รักพระเจ้า ฉันก็เป็นคริสเตียนนะ   แต่อีกใจก็ยังไปทางพุทธอยู่ ยังทำบญผ้าป่า ใส่ซองกระถิน สนใจเรื่องโหราศาสตร์ แบบนี่มีนะ เจอมาแล้ว

ถ้าชาวพุทธมอง  มันไม่มีอะไรผิด สังคมเปิดกว้าง ถ้ามีความสุขก็ทำไปเหอะ    แต่ถ้าคริสเตียนจริงๆ  เขาไม่นับถือสองศาสนานะ 

คือ ในบัตรประชาชนเขียนว่าพุทธ แต่วิธีคิดบางวิธี คิดเป็นศาสนาคริสต์ค่ะ และชอบทั้งคำสอนของพระพุทธเจ้า และคำสอนของพระเยซู

มันจะผิดไหมคะ ถ้าดิชั้นจะนับถือทั้งสองศาสนา (แต่เหมือนจะเอนไปเป็นคริสเตียนนิดๆ) จะบาปไหมค่ะ

พิจารณาดูแล้ว พวกนี้เป็นนางวันทองสองใจกันทั้งนั้น ถ้าสามียอมให้มีผัวได้หลายคน พวกนี้คงทำกันไปแล้ว

ก็มีคนไปให้ความเห็นกันมากมาย  สำหรับผมนั้น คำตอบก็คือ “ทำได้” ก็มันเป็นเรื่องคุณ ตัวของคุณ  แต่ผลกรรมที่ได้รับนั้น  หนักหนาสาหัสครับ

พวกนี้ ไม่ได้ศึกษาศาสนาอะไรอย่างลึกซึ้งแต่ประการใด  มีลักษณะของ “สตรอบอรีแหล” กันมากหน่อย  อุ้ย.. อย่างนั้นก็ดี  อย่างนี้ก็ดี  ทำนองนั้น 

ดูในมุมมองของศาสนาคริสต์กันก่อนเลย  คนคริสต์เขามาเขียนไว้เอง

นับถือ 2 ศาสนาเป็นไม่ไม่ได้อยู่แล้วครับเพราะ พระเจ้าตรัสว่า อย่ามีพระเจ้าองค์อื่นอีกนอกจากเราแบบนี้เท่ากับว่าเราละเมิดพระบัญญัติที่พระองค์ให้ไว้

พระบัญญัติ 10 ประการ  “เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน”
1. จงนมัสการ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าพระองค์เดียวของท่าน
2. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมเหตุ
3. อย่าลืมฉลองวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์
4. จงนับถือบิดามารดา
5. อย่าฆ่าคน
6. อย่าผิดประเวณี
7. อย่าลักขโมย
8. อย่าพูดเท็จใส่ร้ายผู้อื่น
9. อย่าปลงใจผิดประเวณี
10. อย่ามักได้ทรัพย์สินของผู้อื่น

ในมุมมองของศาสนาคริสต์นั้น พระพุทธเจ้าของเราตกนรกของคริสต์เขานะครับ

ในทางศาสนาพุทธนั้น น่าขนลุกกว่านั้น เพราะ การที่ไปนับถือศาสดาอื่นเข้าอีก  เข้าข่ายอนันตริยกรรมเลยทีเดียว  ท่านเรียกว่า อภิฐาน 6 ดังนี้

[275] อภิฐาน 6 (กรรมที่เด่นยิ่งกว่ากรรมอื่นๆ, ฐานะอันยิ่งยวด, ฐานอันหนัก, ความผิดพลาดสถานหนัก

อภิฐาน 5 ข้อแรก ตรงกับ อนันตริยกรรม 5 คือ มาตุฆาต ปิตุฆาต อรหันตฆาต โลหิตุปบาท และ สังฆเภท เพิ่มข้อ 6 คือ

6. อัญญสัตถุทเทส (ถือศาสดาอื่น คือ ถือถูกอยู่แล้ว กลับไพล่ทิ้งไปถือผิด

พวกนี้ มีโอกาสไป “สตรอบอรีแหล” กันในนรกอย่างยาวนานเลยทีเดียว เพราะ ตายแล้วไปนรกอันหนักหนาสาหัสก่อนเลย  ไม่ต้องไปพิจารณาว่าเคยสร้างบุญไว้หรือไม่

มีประเด็นที่น่าพิจารณาก็คือ  นับถือศาสนาพุทธ แต่เขาชวนไปโบสถ์ก็ไปกับเขา แบบไม่ได้ไปสังเกตการณ์คือ เชื่อไปด้วย  แต่ยังไม่ถึงกับนับถือศาสนาคริสต์

ตรงนี้ต้องปูพื้นฐานของวิชาธรรมกายกันก่อน

ในทางวิชาธรรมกาย ศาสนาของโลกของจักรวาลมีศาสนาเดียวคือ ศาสนาพุทธ  ศาสนาอื่นๆ ทุกศาสนาในโลก เกิดจาก “มาร” มาเบี่ยงเบนไป ทำให้เกิดศาสนาเหล่านั้นขึ้น

พระเยซูนั้น  พวกเราเคยตรวจสอบดู ก็ตกนรกอยู่ในขณะนี้

มารนั้น ได้บารมีจากความฉิบหายเดือดร้อนของคน  สงครามต่างๆ นั้น ก็เกิดจากการยุยงของมารทั้งสิ้น เพราะ มารจะได้บารมี

อย่างไรก็ดี  บารมีที่เกิดจากความฉิบหายเดือดร้อนนั้น  ไม่อร่อยเท่าไหร่ในสายตาของมาร  บารมีที่ได้จากพวกมีบุญ พวกทำบุญนั้น  แซ่บกว่าเหลือหลาย

ดังนั้น บารมีของมารส่วนหนึ่ง มารจึงใช้วิธีขโมยเอาบุญไปจากพุทธศาสนิกชน

การที่เป็นคนของพุทธ แต่ทะลึ่งสนใจศาสนาอื่น จนไปเข้าโบสถ์กับเขา  มารมันก็เอาบุญบารมีไปหมด

โดยสรุป 

พวกนางวันทองสองใจ นับถือสองศาสนาแบบจริงจัง กับแบบสมัครเล่น ตายแล้วไปนรกอย่างแน่นอน   พวกนับถือนับถือสองศาสนาแบบจริงจังก็ได้รับผลกรรมแบบอนันตริยกรรม  พวกสมัครเล่น ก็ไม่มีบุญบารมีเหลืออยู่เลย






“ราหู” ควรไหว้หรือไม่

ปางโปรดอรินทราหู

 
ปางทำขึ้นเอง ตามใจของกู



ช่วงนี้กระแสเรื่องดวงตก ดวงกระแทกมาแรงมากๆ โดยข้อมูลจะเผยแพร่มาจาก บรรดาหมอดูหมอเดาทั้งหลาย  บรรดาหมอดูหมอเดาทั้งหลาย เน้นโปรโมทกันว่า

'ดาวราหู' หรือ 'พระราหู' จะมีการโยกย้าย ในวันที่ 16 มกราคม 2559 นี้ และหลังจากนั้น 4 ราศี ได้แก่ ราศีมีน ราศีกันย์ ราศีสิงห์ และราศีกุมภ์ จะได้รับผลกระทบหลังจากนี้ทันที

สำหรับใครที่มีความกังวลเรื่องนี้ หมอ....ก็แนะนำให้ไปไหว้รับ-ส่ง 'พระราหู' โดยไปสักการะ 'พระพุทธรูปปางโปรดอสุรินทราหู' (พระพุทธรูปปางปราบราหู) เพื่อให้ชีวิตผ่านเคราะห์ร้าย (อ่านเพิ่มได้ที่ ฮือฮา 4 ราศีมีหนาว! 16 ม.ค. ราหูย้ายใหญ่)

และเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสให้ดวงดีตลอดระยะ 1 ปีครึ่ง ที่ดาวราหูจะโคจรมาอยู่ตำแหน่งนี้ด้วย วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จึงมีวัดแนะนำสำหรับการไหว้พระราหูมาฝากกัน

1. วัดท่าไม้
2. วัดสามพระยา
3. วัดศรีษะทอง
4. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
5. วัดขุนจันทร์

ของกราบไหว้และวิธีไหว้ก็มีอยู่ในภาพด้านบนนั้นแล้ว

สำหรับคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า “ราหู ควรไหว้หรือไม่”  คำตอบก็คือ “ไม่ควรด้วยประการทั้งปวง”  เพราะ มันมั่ว เป็นการทำมาหากินแบบหนึ่งของพวกหมอดู หมอเดาทั้งหลาย

ราหูเป็นเรื่องของศาสนาพรามหณ์-ฮินดู ไม่เกี่ยวอะไรกับศาสนาพุทธ  ราหูจะมีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้

แต่ในเมื่อจะหลอกลวงคนศาสนาพุทธก็ต้องไปลากเอาเรื่อง “พระพุทธรูปปางโปรดอสุรินทราหู' (พระพุทธรูปปางปราบราหู)

ซึ่งเป็นเรื่องคนละเรื่อง คนละศาสนา ให้มาเป็นเรื่องเดียวกัน 

การกราบไหว้ราหูนั้น นอกจากจะเสียเงิน เสียเวลา และจะเสียเงินให้กับหมอดูหมดเดาแล้ว ทำเป็นประจำๆ บ่อยๆ จะตกนรกเอาด้วย

สังคมไทยเป็นสังคม “พุทธ-ผี-พราหมณ์”  คนไทยไหว้ดะไปหมด  ขอให้มีคนเล่าลือว่ามีฤทธิ์ พี่ไทยก็ไหว้ทั้งนั้น

ในตัวเรานั้น มีดวงบุญ ดวงบาป และดวงไม่บุญไม่บาปอยู่ทุกคน  เวลาทำบุญดวงบุญก็ใหญ่ขึ้น ใสขึ้น  เวลาทำบาป ดวงบาปก็ใหญ่ขึ้นใสขึ้น  ไม่ทำ “ห่า” อะไรเลย ทอดหุ่ยอยู่เฉยๆ บุญกูก็ไม่ทำ บาปกูก็ไม่สร้าง  ดวงไม่บุญไม่บาปก็จะใหญ่ขึ้น

ไปไหว้พระราหูบ่อยๆ เข้า ดวงบาปก็ใหญ่ขึ้นๆ  เมื่อถึงคราวตายถึงบาปใหญ่กว่าดวงบุญ มันก็จะไปนรกก่อน  หมดกรรมจากนรกแล้วถึงจะไปสวรรค์

มีคนขี้สงสัยถามว่า “ถ้าดวงบุญดวงบาปเท่ากัน จะเป็นยังไง”  ในกรณีก็ไปนรกก่อนเช่นเดียวกัน เพราะบาปมันแรงกว่าดวงบุญ

ขนาดทำบุญมากๆ ไว้ ตอนจะตายนึกถึงบุญไม่ได้ นึกได้แต่บาป ก็ยังไปนรกก่อนเลย เช่นเดียวกัน

ที่มาของข้อมูลในการเขียน

http://www.thairath.co.th/content/563290  เคราะห์ร้ายจงหายไป รวม5วัดดัง 'ไหว้ราหู' แก้เคล็ด ผ่อนร้ายกลายเป็นเฮง
http://www.thairath.co.th/content/561143  ฮือฮา 4 ราศีมีหนาว! 16 ม.ค. ราหูย้ายใหญ่ หมอช้างเตือนภัย แนะวิธีไหว้ตั้งรับอสูรเงาทะมึน